เทคนิคการแสดง (การสร้างความเชื่อ)

เทคนิคการแสดง (การสร้างความเชื่อ)
เทคนิคการแสดง คือการกำหนดจุดมุ่งหมายในการแสดง รูปแบบการแสดง บทที่ใช้ในการแสดง ในอดีตกาลมนุษย์ต้องเผชิญกับปรากฏการณ์ต่าง ๆ อย่างขาดความรู้ความเข้าใจ และ ไม่สามารถป้องกันภัยเหล่านั้นได้ มนุษย์จึงเกิดความกลัวและเกิดความเชื่อว่าอันตรายที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นจากสิ่งที่เป็นอภินิหารของสิ่งที่มีอยู่เหนือธรรมชาติ พยายามปกป้องตนเอให้พ้นจากภัยนั้น ๆ ความกลัวทำให้มนุษย์เซ่นบวงสรวงสังเวยด้วยพืชพันธ์ธัญญาหารหรือชีวิตสัตวและแม้แต่ชีวิตมนุษย์ ให้แก่พวกผี เทพหรือเทวดาซึ่งมนุษย์กำหนดขึ้นโดยความเชื่อและความกลัวดังกล่าว เทพหรือเทวดาที่มนุษย์กำหนดขึ้นเพื่อบูชาได้แก่ เทพแห่งธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ การเซ่นบวงสวรงเหล่านไดมีการพัฒนามาจนเกิดพิธีกรรมสำคัญของมนุษย์ในปัจจุบัน และรูปแบบได้แห่พิธีนั้นได้พัฒนาให้แตกต่างกันออกไป และเพื่อให้การกระทำพิธีเกิดความยิ่งใหญ่ตระการตา จึงมีการนำเอาดนตรีและนาฏศิลป์รวมเข้าไว้ในพิธีบวงสรวงสังเวยดังกล่าว
ต่อมาพิธีกรรมต่าง ๆค่อย ๆมีความละเอียด มีความซับซ้อนและขั้นตอนมากขึ้น ได้มีผู้ทำพิธี ซึ่งมีทั้งผู้ชายและผู้หญิง พิธีที่ทำมักมีการดื่มเหล้าให้เคลิบเคลิ้มและอาศัยเสียงดนตรี การกระทำคล้ายการเข้าทรงจนลืมตัวออกท่าทางการเต้นรำ เช่นการฟ้อนผีฟ้า ในภาคอีสาน ใช้ในการรักษาหรือเชื่อว่าทำให้พ้นเคราะห์ได้
เทคนิคการเขียนบทละคร ในที่นี้หมายถึง การเขียนบทละครให้มีปัจจัยต่าง ๆ ที่สามารถนำไปใช้ในการแสดงได้ ปัจจัยในการเขียนที่สำคัญ 3 ประการ คือ
1. การแบ่งขั้นตอนของโครงเรื่องออกให้ชัดเจนว่า เรื่องดำเนินจากจุดเริ่มต้นแล้วเข้มข้นขึ้น และคลี่คลายไปสู่จุดจบอย่างไร 1.1 การเริ่มเรื่อง เป็นการแนะนำผู้ดูให้เข้าใจความเดิมและตัวละครสำคัญในเรื่อง 1.2 การขยายเรื่อง เป็นการดำเนินเรื่องให้เห็นปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น แสดงพฤติกรรมของตัวละครต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ 1.3 การพัฒนาเรื่อง เป็นการแสดงความขัดแย้งขอตัวละครในเรื่อง ทำให้การแสดงเกิดความเข้มข้นขึ้น 1.4 เป็นการที่ที่พระเอกตกอยู่ในสถานะการณ์ที่ล่อแหลม ถึงขั้นต้องมีการตัดสินใจกระทำบางการบางประการให้เด็ดขาดลงไป 1.5 การสรุปเรื่อง หรือการดำเนินเรื่องไปสู่จุดจบบริบูรณ์
2. การแบ่งเรื่องออกเป็นกลุ่มย่อยๆ เพื่อสถานะการณ์ต่างๆ ในแต่ละตอนเป็นไปตามวัตถุประสงค์โดยแบ่งได้ 6 ประการคือ 2.1 แสดงความปรารถนาของตัวละคร 2.2 รักษาความต่อเนื่องของเนื้อเรื่องโดยไม่ทำลายวัตถุประสงค์หลักของเรื่อง 2.3 ทำให้การดำเนินเรื่องแต่ละตอนประทับใจ 2.4 สอนเงื่อนงำไว้ในกาละเทศะที่สมควร 2.5 บรรจุปัจจัยที่ทำให้เกิดความประหลาดใจ 2.6 เปิดเผยสิ่งต่างๆที่ควรเปิดเผยในกาละเทศะที่สมควร
3. ลักษณะ คือ กลวิธีในการนำฉันทลักษณ์ต่างๆ มาใช้ในการแสดงออกของสถานะการณ์และความคิดของลักษณะมี 36 วิธี ซึ่งพอจะสรุปได้ว่าสำนวนที่จะนำมาประพันธ์เป็นบทบรรยายและบทเจรจา ต้องคำนึงถึง 3.1 พื้นเพของตัวละคร 3.2 ความรู้สึกที่ต้องการให้เกิดกับคนดู 3.3 ความแจ่มแจ้งของสาระในเรื่องที่ต้องการถ่ายทอดให้คนดูเข้าใจ 3.4 ความสัมพันธ์กับลักษณะของคนตรีและทำนองเพลงที่ใช้ประกอบการแสดง