<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-8482413614552998453</id><updated>2011-04-21T22:24:23.218-07:00</updated><title type='text'>l3ow_vy</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://bowlovemm.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8482413614552998453/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://bowlovemm.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Noo_BowVy</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07180884042878821572</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_QpKLxgyVXcY/SX_ykP7NlkI/AAAAAAAAAAM/J8Rfms2Lvf8/S220/280120095029-001.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>5</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8482413614552998453.post-2710228396983103149</id><published>2009-01-28T20:00:00.000-08:00</published><updated>2009-01-28T20:09:46.089-08:00</updated><title type='text'>การเป็นดีเจที่ดี</title><content type='html'>คุณอาจจะเป็นดีเจด้วยหลายๆ อย่างเช่น เงิน ความเท่ห์ เป็นคนที่ดูมีเสน่ห์ รักในเสียงเพลง หรือมีความต้องการที่จะรู้จักพบปะผู้คน ฯลฯ ดีเจที่ไม่สำนึกในอาชีพของตัวเองว่า มีความสำคัญต่อธุรกิจบันเทิงและมีหน้าที่สร้างความบันเทิง ส่วนความบันเทิงสามารถให้คำจำกัดความได้ว่า การทำให้พึงพอใจ การทำให้สนุก การทำให้มีความสุข เพราะฉะนั้น หน้าที่ของอาชีพดีเจก็คือ การเลือกเพลงและมิกซ์มันให้ถูกต้อง เป็นกฏ 2 อย่างหลักๆที่จะทำให้คุณก้าวหน้าในอาชีพนี้ได้ง่าย แต่สองสิ่งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำเหมือนกับคนเราที่รู้ว่าทำดีทำอย่างไร แต่เวลาทำไม่ค่อยจะทำหรือทำได้ไม่ค่อยดีการเรียงเพลงหรือการเลือกเพลงมาเปิดนั้น เป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่จะต้องเรียนรู้จากคนที่มาเที่ยว คนที่มาฟังการนำเสนอของคุณ และเรียนรู้จากรความผิดพลาดหรือจากตัวอย่างต่างๆ จิตวิทยาเรื่องวิธีการที่จะมิกซ์ดนตรีมันเป็นศิลปะ ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการศึกษา โดยที่เราสามารถศึกษาจากคนที่ทำงานด้านนี้หรือที่ผลิตงานด้านนี้มาก่อน การมิกซ์เพลงเปรียบเสมือนมายากล เป็นเหมือนการซ้อนเพลง จากเพลงหนึ่งเข้าไปในอีกเพลงหนึ่งโดยที่คนเต้นหรือลูกค้าที่มาเที่ยวต้องไม่รุ้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเพลงที่จะทำให้เขารู้สึกสดุด การที่คุณจะเป็นดีเจที่มีระดับยิ่งๆขึ้นไป คุณต้องคำนึงถึงหลัก 3 ข้อคือ การเลือกเพลงที่ดี / การเปิดเพลงที่ดี / การดูแลผู้คนที่ดี แล้วมันก็จะกลายมาเป็นธรรมชาติของคุณ และธรรมชาติของคนที่จะประสบความสำเร็จของคนที่จะทำงานในอาชีพนี้ เพราะฉะนั้น 3 อย่างนี้คุณควร&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8482413614552998453-2710228396983103149?l=bowlovemm.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://bowlovemm.blogspot.com/feeds/2710228396983103149/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://bowlovemm.blogspot.com/2009/01/blog-post_8029.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8482413614552998453/posts/default/2710228396983103149'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8482413614552998453/posts/default/2710228396983103149'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://bowlovemm.blogspot.com/2009/01/blog-post_8029.html' title='การเป็นดีเจที่ดี'/><author><name>Noo_BowVy</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07180884042878821572</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_QpKLxgyVXcY/SX_ykP7NlkI/AAAAAAAAAAM/J8Rfms2Lvf8/S220/280120095029-001.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8482413614552998453.post-7923830451139187804</id><published>2009-01-28T19:54:00.000-08:00</published><updated>2009-01-28T20:00:16.612-08:00</updated><title type='text'>เทคนิคการแสดง (การสร้างความเชื่อ)</title><content type='html'>เทคนิคการแสดง (การสร้างความเชื่อ)&lt;br /&gt;      เทคนิคการแสดง คือการกำหนดจุดมุ่งหมายในการแสดง รูปแบบการแสดง บทที่ใช้ในการแสดง ในอดีตกาลมนุษย์ต้องเผชิญกับปรากฏการณ์ต่าง ๆ อย่างขาดความรู้ความเข้าใจ และ ไม่สามารถป้องกันภัยเหล่านั้นได้ มนุษย์จึงเกิดความกลัวและเกิดความเชื่อว่าอันตรายที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นจากสิ่งที่เป็นอภินิหารของสิ่งที่มีอยู่เหนือธรรมชาติ พยายามปกป้องตนเอให้พ้นจากภัยนั้น ๆ ความกลัวทำให้มนุษย์เซ่นบวงสรวงสังเวยด้วยพืชพันธ์ธัญญาหารหรือชีวิตสัตวและแม้แต่ชีวิตมนุษย์ ให้แก่พวกผี เทพหรือเทวดาซึ่งมนุษย์กำหนดขึ้นโดยความเชื่อและความกลัวดังกล่าว เทพหรือเทวดาที่มนุษย์กำหนดขึ้นเพื่อบูชาได้แก่ เทพแห่งธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ การเซ่นบวงสวรงเหล่านไดมีการพัฒนามาจนเกิดพิธีกรรมสำคัญของมนุษย์ในปัจจุบัน และรูปแบบได้แห่พิธีนั้นได้พัฒนาให้แตกต่างกันออกไป และเพื่อให้การกระทำพิธีเกิดความยิ่งใหญ่ตระการตา จึงมีการนำเอาดนตรีและนาฏศิลป์รวมเข้าไว้ในพิธีบวงสรวงสังเวยดังกล่าว&lt;br /&gt;ต่อมาพิธีกรรมต่าง ๆค่อย ๆมีความละเอียด มีความซับซ้อนและขั้นตอนมากขึ้น ได้มีผู้ทำพิธี ซึ่งมีทั้งผู้ชายและผู้หญิง พิธีที่ทำมักมีการดื่มเหล้าให้เคลิบเคลิ้มและอาศัยเสียงดนตรี การกระทำคล้ายการเข้าทรงจนลืมตัวออกท่าทางการเต้นรำ เช่นการฟ้อนผีฟ้า ในภาคอีสาน ใช้ในการรักษาหรือเชื่อว่าทำให้พ้นเคราะห์ได้&lt;br /&gt;เทคนิคการเขียนบทละคร ในที่นี้หมายถึง การเขียนบทละครให้มีปัจจัยต่าง ๆ ที่สามารถนำไปใช้ในการแสดงได้ ปัจจัยในการเขียนที่สำคัญ 3 ประการ คือ&lt;br /&gt;    1. การแบ่งขั้นตอนของโครงเรื่องออกให้ชัดเจนว่า เรื่องดำเนินจากจุดเริ่มต้นแล้วเข้มข้นขึ้น และคลี่คลายไปสู่จุดจบอย่างไร          1.1 การเริ่มเรื่อง เป็นการแนะนำผู้ดูให้เข้าใจความเดิมและตัวละครสำคัญในเรื่อง          1.2 การขยายเรื่อง เป็นการดำเนินเรื่องให้เห็นปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น แสดงพฤติกรรมของตัวละครต่างๆ ตามที่กำหนดไว้          1.3 การพัฒนาเรื่อง เป็นการแสดงความขัดแย้งขอตัวละครในเรื่อง ทำให้การแสดงเกิดความเข้มข้นขึ้น          1.4 เป็นการที่ที่พระเอกตกอยู่ในสถานะการณ์ที่ล่อแหลม ถึงขั้นต้องมีการตัดสินใจกระทำบางการบางประการให้เด็ดขาดลงไป          1.5 การสรุปเรื่อง หรือการดำเนินเรื่องไปสู่จุดจบบริบูรณ์&lt;br /&gt;     2. การแบ่งเรื่องออกเป็นกลุ่มย่อยๆ เพื่อสถานะการณ์ต่างๆ ในแต่ละตอนเป็นไปตามวัตถุประสงค์โดยแบ่งได้ 6 ประการคือ          2.1 แสดงความปรารถนาของตัวละคร          2.2 รักษาความต่อเนื่องของเนื้อเรื่องโดยไม่ทำลายวัตถุประสงค์หลักของเรื่อง          2.3 ทำให้การดำเนินเรื่องแต่ละตอนประทับใจ          2.4 สอนเงื่อนงำไว้ในกาละเทศะที่สมควร          2.5 บรรจุปัจจัยที่ทำให้เกิดความประหลาดใจ          2.6 เปิดเผยสิ่งต่างๆที่ควรเปิดเผยในกาละเทศะที่สมควร&lt;br /&gt;     3. ลักษณะ คือ กลวิธีในการนำฉันทลักษณ์ต่างๆ มาใช้ในการแสดงออกของสถานะการณ์และความคิดของลักษณะมี 36 วิธี ซึ่งพอจะสรุปได้ว่าสำนวนที่จะนำมาประพันธ์เป็นบทบรรยายและบทเจรจา ต้องคำนึงถึง          3.1 พื้นเพของตัวละคร          3.2 ความรู้สึกที่ต้องการให้เกิดกับคนดู          3.3 ความแจ่มแจ้งของสาระในเรื่องที่ต้องการถ่ายทอดให้คนดูเข้าใจ          3.4 ความสัมพันธ์กับลักษณะของคนตรีและทำนองเพลงที่ใช้ประกอบการแสดง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8482413614552998453-7923830451139187804?l=bowlovemm.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://bowlovemm.blogspot.com/feeds/7923830451139187804/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://bowlovemm.blogspot.com/2009/01/blog-post_1283.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8482413614552998453/posts/default/7923830451139187804'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8482413614552998453/posts/default/7923830451139187804'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://bowlovemm.blogspot.com/2009/01/blog-post_1283.html' title='เทคนิคการแสดง (การสร้างความเชื่อ)'/><author><name>Noo_BowVy</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07180884042878821572</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_QpKLxgyVXcY/SX_ykP7NlkI/AAAAAAAAAAM/J8Rfms2Lvf8/S220/280120095029-001.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8482413614552998453.post-1210319828845863143</id><published>2009-01-28T19:27:00.000-08:00</published><updated>2009-01-28T19:53:45.181-08:00</updated><title type='text'>เทคนิคการนำเสนอผลงานการประชาสัมพันธ์</title><content type='html'>ความหมายและความสำคัญของการนำเสนอแผนงานหรือผลงานประชาสัมพันธ์&lt;br /&gt;การนำเสนอความคิดต่อคนๆ หนึ่ง หรือคณะกลุ่มคน เพื่อให้เข้าใจและหรือคล้อยตามความคิดของผู้เสนอ&lt;br /&gt;การนำเสนอแผนงานจะช่วยให้มีการแลกเปลี่ยนหรือแบ่งปันความคิดเห็น ซึ่งทำให้ผู้ฟังมีความรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมในความคิดหรือแผนงานนั้นๆ เป็นผลให้แผนงานมีโอกาสประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;การนำเสนอแผนงานจะช่วยให้ผู้เสนอมั่นใจความคิดและข้อเท็จจริงต่างๆ จะเป็นที่เข้าใจชัดเจนอย่างที่ต้องการ (ไม่ต้องลุ้นว่าจะอ่านเอกสารที่เสนอไปเข้าใจหรือไม่)&lt;br /&gt;การนำเสนอ เป็นการเตรียมการเสนอที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการได้สะดวก เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้ฟังได้สด ฉับไว&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;วัตถุประสงค์การนำเสนอ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เพื่อบอกข้อมูล (Inform)&lt;br /&gt;รายงานสถานะ (Status Report)&lt;br /&gt;การสาธิต (Demonstration)&lt;br /&gt;แผนธุรกิจ/กลยุทธ์ (Business/Strategy)&lt;br /&gt;การขายความคิด (Idea Selling)&lt;br /&gt;การเสนอแนะให้เปลี่ยนแปลง (Suggestion)&lt;br /&gt;การขายสินค้า/บริการ (Product/Service Selling)&lt;br /&gt;การอธิบายข้อมูลทางเทคนิค (Technical Data)&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;องค์ประกอบและปัจจัยที่สำคัญในการนำเสนอผลงานในรูปแบบต่างๆ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;แบบตามจำนวนผู้พูด&lt;br /&gt;แบบตามจำนวนผู้ฟัง&lt;br /&gt;แบบระดับความเป็นทางการของการนำเสนอ&lt;br /&gt;แบบระดับความสัมพันธ์กับผู้ฟัง&lt;br /&gt;แบบตามสถานที่&lt;br /&gt;แบบระดับความเป็นทางการของการนำเสนอ&lt;br /&gt;เป็นทางการ&lt;br /&gt;ผู้พูดจะยืน&lt;br /&gt;ผู้ฟังจะนั่ง&lt;br /&gt;ผู้พูดใช้โสตทัศนูปกรณ์ประกอบ&lt;br /&gt;ช่วงถาม/ตอบอยู่ท้ายการนำเสนอ&lt;br /&gt;มีการกำหนดหัวข้อแจ้งไว้ล่วงหน้า&lt;br /&gt;ต้องเตรียมการ/ซักซ้อมกับโสตทัศนูปกรณ์ไว้ล่วงหน้า&lt;br /&gt;กึ่งเป็นทางการ&lt;br /&gt;ผู้พูดจะยืน/นั่งก็ได้ แต่มักจะยืน&lt;br /&gt;ผู้ฟังจะนั่ง&lt;br /&gt;ผู้พูดใช้โสตทัศนูปกรณ์ประกอบ/ Flipchart&lt;br /&gt;ช่วงถาม/ตอบแทรกอยู่ระหว่างการนำเสนอ&lt;br /&gt;อาจมีการกำหนดหัวข้อแจ้งไว้ล่วงหน้าหรือไม่ก็ได้&lt;br /&gt;ต้องเตรียมการ/ซักซ้อมกับโสตทัศนูปกรณ์ไว้ล่วงหน้าบ้าง&lt;br /&gt;ไม่เป็นทางการ&lt;br /&gt;ผู้พูดจะยืน/นั่งก็ได้ แต่มักจะนั่ง&lt;br /&gt;ผู้ฟังจะนั่ง/ยืน แต่งมักจะนั่ง/ตามผู้พูด&lt;br /&gt;ช่วงถาม/ตอบเป็นรูปแบบการสนทนา/พูดคุย&lt;br /&gt;ไม่มีการกำหนดหัวข้อแจ้งไว้ล่วงหน้า&lt;br /&gt;ไม่ต้องเตรียมการ/ซักซ้อมกับโสตทัศนูปกรณ์&lt;br /&gt;รูปแบบการนำเสนอ&lt;br /&gt;แบ่งตามจำนวนผู้นำเสนอ&lt;br /&gt;การฉายเดียว&lt;br /&gt;ผู้นำเสนอ 2 คน&lt;br /&gt;ผู้นำเสนอมากกว่า 2 คนขึ้นไป&lt;br /&gt;แบ่งตามจำนวนผู้ฟัง&lt;br /&gt;เสนอต่อผู้ฟังกลุ่มใหญ่&lt;br /&gt;เสนอต่อผู้ฟังกลุ่มเล็ก&lt;br /&gt;แบบตัวต่อตัว&lt;br /&gt;แบ่งตามความสัมพันธ์ของผู้ฟัง&lt;br /&gt;คนในองค์กร&lt;br /&gt;คนนอก&lt;br /&gt;แบ่งตามสถานที่ (Site Location)&lt;br /&gt;การนำเสนอในสถานที่&lt;br /&gt;การนำเสนอต่างสถานที่ (Multiple Site Presentation)&lt;br /&gt;การประชุมทางโทรศัพท์&lt;br /&gt;การประชุมทางวิดีโอ&lt;br /&gt;การนำเสนอแบบขายความคิด / เสนอแนะให้เปลี่ยนแปลง&lt;br /&gt;ต้ององค์ประกอบสำคัญ 2 ส่วนเสมอ คือ&lt;br /&gt;อธิบายคุณลักษณะความคิด (Feature)&lt;br /&gt;โน้มน้าวใจด้วยผลประโยชน์ (Benefit)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8482413614552998453-1210319828845863143?l=bowlovemm.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://bowlovemm.blogspot.com/feeds/1210319828845863143/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://bowlovemm.blogspot.com/2009/01/blog-post_264.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8482413614552998453/posts/default/1210319828845863143'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8482413614552998453/posts/default/1210319828845863143'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://bowlovemm.blogspot.com/2009/01/blog-post_264.html' title='เทคนิคการนำเสนอผลงานการประชาสัมพันธ์'/><author><name>Noo_BowVy</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07180884042878821572</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_QpKLxgyVXcY/SX_ykP7NlkI/AAAAAAAAAAM/J8Rfms2Lvf8/S220/280120095029-001.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8482413614552998453.post-4495490098131331353</id><published>2009-01-28T19:16:00.000-08:00</published><updated>2009-01-28T19:26:41.474-08:00</updated><title type='text'>การผลิตรายการวิทยุโทรทัศน์</title><content type='html'>ขั้นตอนการผลิตรายการวิทยุโทรทัศน์&lt;br /&gt;1. &lt;a href="http://members.fortunecity.com/korakit_cu/planning.htm"&gt;การวางแผนการผลิต&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การแสวงหาแนวความคิด : เป็นงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์&lt;br /&gt;    * แนวความคิดที่คิดขึ้นมาตื่นเต้นหรือไม่&lt;br /&gt;    * แนวความคิดนี้มีอะไรดี&lt;br /&gt;    * ถ้านำแนวความคิดนี้มาสร้างเป็นรายการโทรทัศน์ ผู้ชมจะได้รับประโยชน์อะไร&lt;br /&gt;    * วัตถุประสงค์ที่นำแนวความคิดนี้มาเสนอให้ผู้รับชม&lt;br /&gt;    * ปัญหาของการนำมาสร้างเป็นรายการโทรทัศน์&lt;br /&gt;การกำหนดวัตถุประสงค์&lt;br /&gt;    เป็นการคาดหวังผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากผู้ชมได้รับชมรายการไปแล้ว ผู้ผลิตจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ว่ามุ่งให้ผู้รับ ได้รับหรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในด้านใดซึ่งอาจเป็นวัตถุประสงค์ทั่วไป หรือวัตถุประสงค์เฉพาะ&lt;br /&gt;    วัตถุประสงค์ทั่วไป &amp;amp; วัตถุประสงค์เฉพาะ&lt;br /&gt;    * การกำหนดวัตถุประสงค์ทั่วไป มุ่งที่การเสนอข่าวสาร การให้ความรู้ การศึกษา การโน้มน้าวจูงใจ การใสห้ความบันเทิง หรือเพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์&lt;br /&gt;    * วัตถุประสงค์เฉพาะ ในการกำหนดผลที่คาดหวังที่แคบลงไป เช่น ให้ทราบผลกระทบของการให้กำเนิดที่ทำให้เด็กในวัยเรียนลดลง จนทำให้ต้องปิดโรงเรียน&lt;br /&gt;การวิเคราะห์ผู้ชมเป้าหมาย (Target Audience)&lt;br /&gt;    เป็นการทำความรู้จัดผู้ชมในแง่มุมต่างๆ เพื่อให้สามารถผลิตรายการได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด โดยคำนึงถึงข้อมูลต่างๆ เช่น เพศ อาชีพ ระดับการศึกษาความสนใจ เวลาที่จะชมรายการ     ในแง่ของผู้ชมเป้าหมาย   รายการที่ผลิตขึ้น อาจมุ่งผู้ชมในแนวนอน คือ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ หรืออาจมุ่งผู้ชมในแนวตั้ง คือมากกลุ่ม&lt;br /&gt;การวิเคราะห์เนื้อหาและข้อมูล (Content Analysis)&lt;br /&gt;    เป็นกระบวนการวิจัยศึกษา และเสาะแสวงหา เนื้อหาสาระและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะทำรายการวิทยุโทรทัศน์   แล้วนำมาวิเคราะห์ เพื่อให้ได้เนื้อหาสาระ และข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย น่าสนใจ เร้าใจ และเพิ่มความน่าเชื่อถือ&lt;br /&gt;การเขียนบท (Script Writing)&lt;br /&gt;    เป็นการกำหนดลำดับก่อนหลังของการเสนอภาพและเสียง เพื่อจะให้ผู้ชมได้รับเนื้อหาสาระ ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ โดยระบุลักษณะภาพ และเสียงไว้เด่นชัด   การเขียนบทเป็นกระบวนการต่อเนื่องจากขั้นการกำหนดแนวความคิดจนถึงการวิเคราะห์เนื้อหา และข้อมูล และได้ประเด็นหลัก ประเด็นย่อยของรายการ โดยทำเป็นแผนผังของรายการก่อน   เมื่อกำหนดแผนผังการเดินเรื่องแล้ว ผู้เขียนจึงจะนำไปเขียนบทละเอียดตามแผนผังรายการเป็นบทสมบูรณ์ต่อไป&lt;br /&gt;การกำหนดฉากและวัสดุประกอบฉาก&lt;br /&gt;    การกำหนดฉาก และวัสดุประกอบฉากเป็นการเขียนรายละเอียดของฉากทุกชึ้น ทุกชุดที่ต้องใช้ และวัสดุประกอบฉากทุกประเภท ลงในแบบฟอร์มการกำหนดฉาก   โดยแยกชิ้น หรือชุดละแผ่น เพื่อจะได้ส่งไปให้ฝ่ายฉากดำเนินการออกแบบ จัดสร้างและจัดหาให้&lt;br /&gt;การกำหนดวัสดุรายการ&lt;br /&gt;    วัสดุรายการ หมายถึง วัสดุเนื้อหา ประเภทรูปภาพ แผนภูมิ ข้อมูลทางสถิติ ภาพยนตร์ ภาพทัศน์ ที่จะนำมาใส่ หรือประกอบไว้ในรายงาน &lt;br /&gt;   การกำหนดวัสดุรายการ จำแนกเป็น 2 ประเภท คือ&lt;br /&gt;    - วัสดุรายการที่มีอยู่แล้ว   ก็ให้ใส่รายชื่อ และแหล่งที่หาได้&lt;br /&gt;    - วัสดุรายการที่ต้องผลิตขึ้นใหม่ ก็ต้องใส่รายชื่อ และกำหนดความต้องการไว้ให้ชัดเจน&lt;br /&gt;    วัสดุรายการที่เป็นภาพยนตร์ หรือเทปภาพทัศน์ที่จะต้องผลิตใหม่   ต้องมีการกำหนดรายละเอียดของสิ่งที่ต้องการถ่ายทำ โดยทำเป็นแผนผังรายการ ที่มีการกำหนดสถานที่ถ่ายทำ สิ่งที่จะถ่าย มุมกล้อง และความยาวไว้ให้ชัดเจนพอ&lt;br /&gt;การกำหนดผู้แสดงหรือผู้ปรากฏตัว&lt;br /&gt;    การกำหนดตัวผู้แสดง หรือผู้ปรากฎตัวนี้จะเขียนได้ในแบบฟอร์มผู้แสดง หรือ Talent  ก่อนกำหนด ผู้ผลิตควรกำหนดผู้กำกับรายการไว้แล้ว ควรหารือกันก่อนเพราะผู้กำกับจะแนะนำได้ว่า ผู้แสดงคนใดมีความสามารถมาก-น้อยเพียงใด&lt;br /&gt;การจัดทำแผนผังเวที และแผนผังไฟ&lt;br /&gt;    * แผนผังเวที (Floor Plan) หมายถึง กำหนดตำแหน่งของคน ฉาก และสิ่งของต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแสดงรายการ&lt;br /&gt;    * แผนผังไฟ (Lighting Plan)จุดกำหนดตำแหน่งของไฟที่ใช้ในการถ่ายทำ&lt;br /&gt;การจัดทำงบประมาณ&lt;br /&gt;    ค่าใช้จ่ายในการผลิตรายการวิทยุโทรทัศน์ประกอบด้วย&lt;br /&gt;    * ค่าผู้ผลิตรายการ                       &lt;br /&gt;    * ค่าผู้กำกับรายการ&lt;br /&gt;    * ค่าผู้เขียนบท&lt;br /&gt;    * ค่าผู้ดำเนินรายการ  วิทยากร และผู้แสดง&lt;br /&gt;    * ค่านักดนตรี&lt;br /&gt;    * ค่าสถานที่ และอุปกรณ์การผลิต เช่น ค่าเช่าห้องสตูดิโอ&lt;br /&gt;    * ค่าผลิตงานกราฟฟิค&lt;br /&gt;    * ค่าสร้างจัดฉาก&lt;br /&gt;    * ค่าวัสดุรายการ&lt;br /&gt;    * ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง พาหนะไปถ่ายทำนอกสถานที่&lt;br /&gt;2. &lt;a href="http://members.fortunecity.com/korakit_cu/preproduct.htm"&gt;การเตรียมการผลิต&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ขั้นเตรียมการผลิตรายการวิทยุโทรทัศน์&lt;br /&gt;    * การเตรียมงานด้านบุคลากร&lt;br /&gt;    * การเตรียมสถานที่&lt;br /&gt;    * การเตรียมอุปกรณ์การผลิต&lt;br /&gt;    * การเตรียมฉาก วัสดุประกอบฉาก เครื่องแต่งตัว แต่งหน้า&lt;br /&gt;    * การเตรียมวัสดุกราฟฟิค วัสดุรายการ&lt;br /&gt;    * การเตรียมการด้านผู้แสดง&lt;br /&gt;    * การเตรียมการด้านเสียง แสง&lt;br /&gt;    * การติดตั้งฉาก อุปกรณ์การผลิต&lt;br /&gt;การเตรียมการด้านบุคลากร&lt;br /&gt;    เมื่อได้กำหนดผู้ที่ทำหน้าที่เขียนบท กำกับรายการ  ผู้ดำเนินรายการ ผู้แสดง และกำกับเวทีแล้ว ในด้านเทคนิค ฝ่ายเทคนิคจะกำหนดผู้กำกับเทคนิค (TD) ช่างกล้อง ช่างควบคุมเสียง และช่างควบคุมแสง&lt;br /&gt;    ในขั้นเตรียมการ ผู้ผลิตรายการจะต้องแจกบทวิทยุโทรทัศน์ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน เพื่อจะได้ศึกษาบทล่วงหน้า รายชื่อบุคลากรทั้งหลายเหล่านี้ ผู้ผลิตจะให้หน่วยกราฟฟิคทำแผ่นเครดิต เพื่อจะได้นำไปใช้ในตอนท้ายของรายการด้วย&lt;br /&gt;การเตรียมสถานที่&lt;br /&gt;    การเตรียมสถานที่ในการถ่ายทำมี 2 แห่ง คือ&lt;br /&gt;    * การเตรียมสถานที่ในห้องผลิตรายการ หรือในสตูดิโอ&lt;br /&gt;        ในสตูดิโอ ผู้ผลิตรายการต้องจองห้องสตูดิโอ และห้องตัดต่อรายการในวันเวลาที่ต้องการไว้ล่วงหน้าในกรณีที่ออกอากาศการเตรียมสถานที่จะรวมด้านการซ้อมด้วย&lt;br /&gt;    * สถานที่จริง (On Location) สถานที่ภายนอกสตูดิโอ ผู้ผลิตจะต้องดูแลเรื่องการควบคุมแสงสว่าง และควบคุมเสียงรบกวนให้น้อยลง&lt;br /&gt;การเตรียมอุปกรณ์การผลิต&lt;br /&gt;    ในการถ่ายทำในสตูดิโอ   ฝ่ายเทคนิคจะเป็นผู้สั่งการเรื่องการเตรียมอุปกรณ์การผลิตในด้านกล้อง ระบบเสียง แสง  เครื่องฉาย และเครื่องเทปผู้ผลิตรายการจำเป็นต้องตรวจสอบความพร้อมด้วยการพบผู้กำกับเทคนิคที่ได้รับมอบหมายให้กำกับเทคนิครายการนั้นๆ     ในการถ่ายทำ ณ สถานที่จริง ภายนอกสตูดิโอ ผู้ผลิตต้องตรวจสอบความพร้อมด้านกล้องโทรทัศน์   เครื่องตัดต่อภาพ เครื่องเทป ภาพทัศน์ เครื่องผสมเสียง และโคมไฟให้แสงสว่าง    ในกรณีที่ใช้รถบันทึก หรือ ถ่ายทอดรายการนอกสถานที่ (Outdoor Broadcat-OB Van) ผู้ผลิตรายการต้องได้รับความมั่นใจในด้านความพร้อมของเครื่องมืออุปกรณ์ก่อนออกอากาศ&lt;br /&gt;การเตรียมฉาก วัสดุประกอบฉาก เครื่องแต่งตัวและแต่งหน้า&lt;br /&gt;    ฝ่ายศิลปกรรมฉาก จะเป็นผู้ออกแบบผลิต และจัดฉากกับวัสดุประกอบฉากตามความต้องการของผู้ผลิตรายการ เพื่อให้ได้ฉากตามต้องการ และมีเวลาแก้ไขเพิ่มเติมก่อนวันเวลากำหนดบันทึกรายการ หรือออกอากาศ    ในด้านการแต่งหน้า แต่งตัว โดยเฉพาะรายการละคร   ผู้ผลิตจะต้องมีการสั่งการให้มีการออกแบบ สั่งตัด และตรวจสอบคุณภาพของเครื่องแต่งตัวประเภทต่างๆ ให้พร้อม   ส่วนการแต่งหน้ามักจะเป็นการเตรียมการขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับคน   หลังจากแต่งหน้าแล้วก็จะได้เข้าฉากทันที&lt;br /&gt;การเตรียมวัสดุกราฟฟิค และวัสดุรายการ&lt;br /&gt;    การเตรียมวัสดุกราฟฟิค ครอบคลุมแผน Telop ที่บอกชื่อรายการ   ชื่อบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรายการ และรูปภาพแผนภูมิต่างๆ ที่จะต้องนำมาสอดแทรก (Insert) ในรายการ   ผู้ผลิตต้องตรวจสอบในด้านขนาด และสัดส่วนของ Telop คุณภาพของผลงานและสาระที่บรรจุไว้ในวัสดุกราฟฟิค&lt;br /&gt;    ในด้านวัสดุรายการ ผู้ผลิตต้องเลือกภาพประกอบตัดต่อภาพยนตร์ที่จะต้องใช้ไว้ให้พร้อม ก่อนที่จะเข้าวันเวลาบันทึกรายการจริง&lt;br /&gt;การเตรียมการด้านผู้แสดง&lt;br /&gt;    การเตรียมการด้านผู้แสดง ควรมีการซักซ้อมมาก เพื่อที่จะได้ไม่เสียเวลาหยุดบ่อยๆ เพราะผู้ปรากฎตัวในรายการท่องบทไม่ได้&lt;br /&gt;การเตรียมการด้านเสียงและแสง&lt;br /&gt;    เป็นการจัดตำแหน่งไมโครโฟน แผ่นเสียง เพลง และเทปที่จะใช้ในรายการ และทดสอบเสียงไว้ให้พร้อม เพื่อจะใช้ในการผลิตรายการได้&lt;br /&gt;การติดตั้งฉาก และอุปกรณ์การผลิต&lt;br /&gt;    เป็นการเตรียมการขั้นสุดท้าย (Set Up) ที่ผู้ผลิตรายการจะต้องดูแลว่าทุกอย่าง "เข้าที่" ตามที่ต้องการ&lt;br /&gt;3. &lt;a href="http://members.fortunecity.com/korakit_cu/product.htm"&gt;การดำเนินการผลิต&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นดำเนินการผลิต&lt;br /&gt;    1. ขั้นประชุมก่อนการผลิต&lt;br /&gt;    2. ขั้นซ้อม&lt;br /&gt;    3. ขั้นผลิต&lt;br /&gt;ขั้นประชุมก่อนการผลิต&lt;br /&gt;    การประชุมก่อนการผลิตนี้   ผู้ที่เป็นประธานคือผู้ผลิตรายการ ซึ่งในช่วงแรกจะชี้นโยบาย และวัตถุประสงค์ของการผลิตรายการให้ทุกคนทราบ และแนะนำให้ทุกคนรู้จัก "ผู้กำกับรายการ" ซึ่งจะเป็นหัวหน้าทีมการผลิตในตอนหลัง   เมื่อชี้แจงและแนะนำผู้กำกับรายการแล้ว   ผู้ผลิตรายการก็จะมอบให้ผู้กำกับรายการชี้แจงรายละเอียด และบทบาทของบุคลากรต่างๆ และเริ่มรับบทบาทครบ กำกับ ผลิตรายการอย่างเด็ดขาดต่อไป&lt;br /&gt;ขั้นซ้อม&lt;br /&gt;    เป็นกระบวนการเตรียมทุกคนให้ผ่านขั้นตอน เหมือนที่จะเกิดขึ้นจริงในรายการ&lt;br /&gt;    * การซ้อมแห้ง (Dry Run) ผู้กำกับรายการซักซ้อมกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนได้ทำสิ่งที่กำหนดให้   ตามลำดับก่อน-หลังตามที่ปรากฏในบทโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงท่าทาง ตำแหน่งที่นั่ง การเดิน การยืน นั่ง หรือ ผู้ร่วมรายการ รวมทั้งการบรรยายหรือบทสนทนา&lt;br /&gt;    * การซ้อมผ่านแต่ละฉาก    (Walk Through) ซ้อมดำเนินเรื่อง คือ การซ้อมที่ผู้แสดงและบุคลากรเทคนิคทุกคน จะต้องเข้ามาร่วมซ้อม การดำเนินตามเรื่องผ่านขั้นตอนต่างๆ&lt;br /&gt;    * การซ้อมกล้อง (&lt;a class="kLink" oncontextmenu="return false;" id="KonaLink0" onmouseover="adlinkMouseOver(event,this,0);" style="POSITION: static; TEXT-DECORATION: underline! important" onclick="adlinkMouseClick(event,this,0);" onmouseout="adlinkMouseOut(event,this,0);" href="http://members.fortunecity.com/korakit_cu/product.htm#" target="_top"&gt;Camera&lt;/a&gt; Rehearsal) คือ การซ้อมที่ใช้กล้องจับภาพทุกขั้นตอน   การซ้อมกล้อง ทำได้ 2 วิธีคือ ซ้อมหยุดเป็นช่วงๆ และซ้อมอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุด เช่นเดียวกับถ่ายจริง&lt;br /&gt;    * การซ้อมผ่านกล้อง     เป็นการซ้อมที่รวมการซ้อมย่อยทุกส่วนเข้าด้วยกัน&lt;br /&gt;    * การซ้อมเหมือนจริง      เป็นการซ้อมเหมือนกับการออกอากาศจริง   การซ้อมลักษณะนี้มักจะใช้เฉพาะรายการที่มีความสำคัญมากโดยที่มีเวลาเป็นอุปสรรค&lt;br /&gt;ขั้นผลิต&lt;br /&gt;    ขั้นผลิตรายการเป็นขั้นที่ดำเนินการทันที หลังจากซ้อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว&lt;br /&gt;4. &lt;a href="http://members.fortunecity.com/korakit_cu/evalue.htm"&gt;การประเมินคุณภาพรายการ&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นประเมินคุณภาพรายการ&lt;br /&gt;    1. การประเมินขณะผลิตรายการ&lt;br /&gt;    2. การประเมินเมื่อผลิตรายการแล้ว&lt;br /&gt;    3. การประเมินเมื่อได้ออกอากาศรายการไปแล้ว&lt;br /&gt;การประเมินขณะผลิตรายการ&lt;br /&gt;    * ให้บุคลากรเทคนิคตรวจสอบสัญญาณภาพและเสียงที่จะบันทึกว่ามีระดับและคุณภาพตามที่ต้องการหรือไม่&lt;br /&gt;    * ควรมีการลองบันทึกเทปดูทุกครั้งขณะซ้อม&lt;br /&gt;    * ในขณะผลิตรายการ ผู้กำกับต้องใช้สายตาประเมินภาพการแสดง และหูประเมินเสียง&lt;br /&gt;    * เมื่อบันทึกรายการแล้ว ควรเล่นกลับให้ทุกคนได้ดู&lt;br /&gt;การประเมินเมื่อผลิตรายการแล้ว&lt;br /&gt;    คณะกรรมการประเมิน มักจะประกอบด้วย ตัวแทนของฝ่ายจัดรายการ ฝ่ายเทคนิค ผู้ทรงคุณวุฒิ และหน่วยงานควบคุมการออกรายการ เช่น กบว. เมื่อประเมินแล้ว ก็เสนอแนะ และสั่งการให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง&lt;br /&gt;การประเมินเมื่อได้ออกอากาศรายการไปแล้ว&lt;br /&gt;    * วิธีการประเมิน อาจสุ่มตัวอย่างสัมภาษณ์หรือส่งแบบสอบถาม&lt;br /&gt;    * เก็บข้อมูลจากจดหมาย หรือโทรศัพท์ที่ติชม หรือจากการวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชน&lt;br /&gt;    * ยกข้อมูลการประเมินจากบริษัทที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการวิจัยตลาด&lt;br /&gt;&lt;a id="fcfootergif" href="http://www.fortunecity.com/?sid=fcfootergif" target="_new"&gt;&lt;/a&gt;&lt;a id="fcfootergif" href="http://www.fortunecity.com/?sid=fcfootergif" target="_new"&gt;&lt;/a&gt;&lt;a id="fcfootergif" href="http://www.fortunecity.com/?sid=fcfootergif" target="_new"&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8482413614552998453-4495490098131331353?l=bowlovemm.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://bowlovemm.blogspot.com/feeds/4495490098131331353/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://bowlovemm.blogspot.com/2009/01/blog-post_28.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8482413614552998453/posts/default/4495490098131331353'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8482413614552998453/posts/default/4495490098131331353'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://bowlovemm.blogspot.com/2009/01/blog-post_28.html' title='การผลิตรายการวิทยุโทรทัศน์'/><author><name>Noo_BowVy</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07180884042878821572</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_QpKLxgyVXcY/SX_ykP7NlkI/AAAAAAAAAAM/J8Rfms2Lvf8/S220/280120095029-001.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8482413614552998453.post-8292330968369994062</id><published>2009-01-28T19:02:00.000-08:00</published><updated>2009-01-28T19:03:47.291-08:00</updated><title type='text'>วิธีการถ่ายภาพแอ๊บแบ๊วแบบมืออาชีพ</title><content type='html'>ที่มาของการถ่ายรูปแอ๊บแบ๊ว...การถ่ายรูปแอ๊บแบ๊วเป็นส่วนผสมของการถ่ายรูปบุคคล (หรือ Portrait)กับภาพ Close-up โดยไม่ทราบที่มาแน่ชัด แต่หลักการของการถ่ายรูปแอ๊บแบ๊วนั้น จัดได้ว่าถ่ายง่ายมาก แต่บางทีก็ติดที่ข้อจำกัดของตัวแบบเองหรือขีดความสามารถทางด้านการสร้างสรรค์มุมกล้อง และมันสมองคนถ่าย ซึ่งก็มีทฤษฎีหนึ่งที่เชื่อกันว่า ท่าทางแอ๊บแบ๊วนั้นมาจากพฤติกรรมของสัตว์โดยเฉพาะสัตว์น้ำครับ ซึ่งผมจะอธิบายไว้ในช่วงถัดไปว่ามันมีที่มายังไงอีกทีแล้วผลก็คือเมื่อนำมารวม ๆ กันแล้วก็จะได้ท่าที่เรียกได้ว่า 'แอ๊บแบ๊ว' ออกมากลายเป็นมุมกล้องที่ดูน่ารัก น่าหยิกที่สุด เท่าที่สมองมนุษยชาติ(บางคน)จะคิดได้อุปกรณ์ก่อนแอ๊บแบ๊วกล้องถ่ายภาพ ซึ่งก็ควรจะเป็นกล้องโทรศัพท์มือถือ หรือกล้อง Compact เท่านั้นเพราะการใช้กล้องระดับ Digital SLR นั้น มีแต่จะก่อให้เกิดอุปสรรคในการถ่ายรูปถ้ากล้องไม่ตกใส่กบาลจนหัวแตกเลือดซิบ แขนที่ถือกล้องอยู่ก็อาจมีกล้ามขึ้นได้ที่สำคัญไม่ได้ไปถ่ายภาพสารคดีหมีควาย ไม่ต้องไปใช้กล้องเทพระดับพระเจ้าก็ได้ หมายเหตุ : กล้องเว็บแคมก็ได้น่อหลักการแห่งการถ่ายรูปแอ๊บแบ๊วการถ่ายภาพแอ๊บแบ๊วนั้นไม่ยาก แต่ถ่ายอย่างไรให้ดูน่าหยิกอันนี้สิที่ยากยิ่งกว่าเนื่องจากบางคนหน้าตาชวนให้แสดงออกพฤติกรรมที่รุนแรงยิ่งกว่าหย ิกหรือจับหลักการดังกล่าวจะช่วยให้ท่านแอ๊บแบ๊วได้ง่ายดายแม้หน้าตาท่านจ ะ Abnormalโดยรูปแบบการถ่ายภาพแอ๊บแบ๊วนั้นมีหลักการง่าย ๆ (แต่สำคัญ)ในการถ่ายดังนี้1.) มุมแอ๊บแบ๊ว ซึ่งมุมกล้องแบบนี้เราเรียกว่าอีกอย่างว่ามุมกล้องแอ๊บแบ๊ว หรือ Abbeaw Shotคือคนจะแอ๊บแบ๊วได้ต้องใช้มุมกล้องในพิกัดนี้เท่านั้น เนื่องจากผมยังไม่เคยเห็นคนแอ๊บแบ๊วคนไหนจะถ่ายแบบสะพานโค้ง หรือแบบลอดขาถ่าย เราจึงกะระยะได้เท่านี้ที่สำคัญมุมกล้องนี้ถ่ายเองได้ เพราะสามารถใช้มือเดียวในการกดชัตเตอร์ได้สบาย ๆโดยมุมที่นิยมมากที่สุดคือมุมสูง (ประมาณ 30o-50o) เพราะจะทำให้หน้าตาดูแบ๊วได้ใจที่มุมกล้องในระดับนี้ได้รับความนิยม คาดว่าน่าจะมาจากปัจจัยที่ทำให้ใบหน้าโดดเด่นได้รูปเป็นที่สุด มุมกล้องที่ถูกหลักมาตรฐานแอ๊บแบ๊วสากล2.) การแต่งหน้าแอ๊บแบ๊ว ถ้าท่านรู้ตัวว่าหน้าตาท่านไม่ดี เหมือนผีตายทั้งกลมชุบแป้งทอด ก็ขอให้ท่านแต่งหน้าด้วยการแต่งหน้าแบบแอ๊บแบ๊วจะไม่ยากมาก ก็คือแต่งหน้าธรรมดา ๆ ไม่ต้องถึงขั้นลิเกนั่นแหละคือไม่ต้องรองพื้นมากเหมือนโรยปูนขาวในงานกีฬาสี เอาบาง ๆ ก็พอ ถ้าพ่อไม่ได้ทำแป้งขายที่ต้องขับเน้นก็คือรอบดวงตา เพราะจะต้องทำตาโต เหมือนกับที่บ้านถูกหวยแจ๊กพ็อต 38 ล้านแก้ม...อันนี้สำคัญ ทางที่ดีแก้มควรจะมีสีแดงระเรื่อ เป็นแก้มก้นโดนเตะด้วยรองเท้า Combatริมฝีปาก อันนี้ก็ใช่ ให้ทาลิปมันไว้ด้วย อย่าให้คล้ำซีด ถ้าไม่มีลิปให้ต่อยปากเอาู รับรองแดงได้ใจ3.) การทำหน้าแอ๊บแบ๊วสำหรับการทำหน้าให้ถูกสนธิสัญญาแอ๊บแบ๊วสากลนั้น หลักใหญ่ใจความไม่ยากมากนักหรอกคือการทำหน้ามันไม่ยากนะครับ มันก็จะประมาณเอาสัตว์น้ำหลาย ๆ ชนิดมาผสมข้ามพันธุ์กันดังนี้ดวงตา : จะคล้าย ๆ ปลาตีน ใครเคยเห็นปลาตีนคงรู้ดี เพราะตามันโตใสแบ๊วมาแต่ไกลเลยแก้ม : เหมือนปลาทอง แต่เป็นปลาทองตะกระที่อมซากุระไว้ในกระพุ้งแก้มแบบเต็มความจุนะปาก : ปลาซัคเกอร์ (ปลาเทศบาล) คือทำปากให้ประมาณว่าจะเล็มตะไคร่ที่หน้าดินใต้น้ำได้สบาย ๆรวม ๆ แล้ว = จาจาบิงส์ จาก Star Wars: Episode I - The Phantom Menace... 4.) การจัดท่าทาง บางคนการแสดงออกทางสีหน้ายังไม่แบ๊วพอ จึงต้องใช้ท่าทางเข้าช่วยเพื่อเสริมพลังแอ๊บแบ๊วโดยการออกไม้ออกมือจะช่วยท่านได้ การเอานิ้วจิ้มแก้ม หรือทำตัววี (Victory) เป็นท่าสิ้นคิดส่วนใหญ่แล้วก็ไม่หนีกันไปไหน ท่าก็จะสิ้นคิดคล้าย ๆ กัน บ่งบอกถึงระดับสติปัญญาคนทำท่าว่าลอก ๆ ตามกันมา จนกลายเป็นรูปแบบพื้นฐาน ใครคิดท่าอื่นจะผิดผี หาใช่วิถีแห่งแอ๊บแบ๊วไม่5.) การตกแต่งภาพจากผลสำรวจบอกว่าร้อยละ 35% ขึ้นไปของผู้แอ๊บแบ๊ว จะต้องเอาภาพผ่านโปรแกรมตัดต่อรูปเนื่องจากการถ่ายภาพแอ๊บแบ๊วส่วนใหญ่นั้น จะเป็นการถ่ายแบบ Close Up คือถ่ายระยะประชิดดังนั้นสิวเสิว ตีนกงตีนกา ขอบตาคล้ำมันจะออกมาหมด แถมบางทีจะชัดยิ่งขึ้นด้วยแสง Flashจึงต้องนำเข้าสู่ Photoshop ในกระบวนการที่เรียกว่าลวงโลก...เอ้ย...การปรับลดจุดบกพร่อง... คนที่ตัดต่อแต่งเติมได้ขนาดนี้ ไปเปิดคอร์สสอน Photoshop หาตังค์เลยดีกว่า... ข้อเสียคือ...ใครเข้าสู่วิธีการนี้แล้ว 'มักหยุดไม่ได้' เพราะมันส์มือมาก แต่งภาพกันสนุกสนานมีสิวลบสิว มีตีนกาก็ทำหน้าเด้ง อ้วนไปก็บีบภาพซะ หน้าดำไปก็ทำให้สว่าง ซึ่งพอทำไปทำมาแล้วบางทีออกมาแล้วไม่ใช่คนเดิม หรืออาจถึงขั้น 'ไม่ใช่คน' คือใสมาก เหมือนตุ๊กตา ใสจนควายดูก็รู้ว่าแต่งภาพดังนั้นเมื่อท่านเข้าสู่กระบวนการนี้แล้ว จึงควรกระทำอย่างมีจรรยาบรรณ พอเพียง และจิตสำนึกที่ดีต่อสังคมด้วยครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8482413614552998453-8292330968369994062?l=bowlovemm.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://bowlovemm.blogspot.com/feeds/8292330968369994062/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://bowlovemm.blogspot.com/2009/01/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8482413614552998453/posts/default/8292330968369994062'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8482413614552998453/posts/default/8292330968369994062'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://bowlovemm.blogspot.com/2009/01/blog-post.html' title='วิธีการถ่ายภาพแอ๊บแบ๊วแบบมืออาชีพ'/><author><name>Noo_BowVy</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07180884042878821572</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_QpKLxgyVXcY/SX_ykP7NlkI/AAAAAAAAAAM/J8Rfms2Lvf8/S220/280120095029-001.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
